top of page

เราจะกลายเป็นใครเมื่ออยู่ในเมืองต่างแดน?

ลองนึกภาพวันหยุดที่วางแผนมาอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นชายหาดสวย ๆ โบราณสถานเก่าแก่ หรือเมืองใหญ่ที่คึกคัก ทุกที่ล้วนให้ความรู้สึกว่าเรากำลังหนีออกจากชีวิตประจำวัน ตั๋วเครื่องบินจึงไม่ใช่แค่สิ่งที่พาเราไปอีกที่หนึ่ง แต่เหมือนเป็น “ใบอนุญาต” ให้เราเปลี่ยนตัวเองได้ชั่วคราว—ผ่อนคลายมากขึ้น กล้าทำอะไรที่ไม่เคยทำ หรือเป็นตัวเองในแบบที่อาจไม่กล้าเป็นตอนอยู่บ้าน เมื่ออยู่ในเมืองที่ไม่ใช่ของเรา เรามักไม่ต้องกังวลกับชื่อเสียง ผลกระทบ หรือสายตาของคนรอบข้างเหมือนเดิม

สภาพจิตใจแบบนี้มักถูกเรียกว่า “โหมดวันหยุด” คือช่วงเวลาที่คนรู้สึกหลุดจากหน้าที่และกฎเกณฑ์ทางสังคมในชีวิตประจำวัน ทำให้กล้าทำสิ่งต่าง ๆ มากขึ้น โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในเมืองที่ไม่มีใครรู้จักเรา ความยับยั้งชั่งใจก็ยิ่งลดลง พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจึงอาจต่างจากนิสัยจริงของตัวเอง ตั้งแต่เรื่องเล็ก ๆ เช่น เมาเสียงดังในที่สาธารณะ ทำของเสียหาย หรือโกงเล็กน้อย ไปจนถึงการกระทำที่รุนแรงหรือผิดกฎหมาย ทั้งหมดนี้มักเกิดจากความรู้สึกว่า “อยู่ที่นี่คงไม่มีใครว่า”

นักท่องเที่ยวมักรู้สึกห่างเหินจากคนท้องถิ่น และคิดว่าตัวเองจะไม่ถูกจับตามองเหมือนอยู่บ้าน การควบคุมทางสังคมจึงอ่อนลง ทำให้มีโอกาสเกิดอาชญากรรมมากขึ้น ในขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวเองก็เป็นเป้าหมายของอาชญากรรมเช่นกัน งานวิจัยหลายชิ้นพบว่าพวกเขามักถูกขโมยหรือทำร้ายมากกว่าตอนอยู่บ้าน เพราะเผลอ ไม่ระวังตัว และไม่รู้ว่าพื้นที่ไหนเสี่ยง

แนวคิดนี้สอดคล้องกับทฤษฎีหนึ่งที่อธิบายว่า อาชญากรรมจะเกิดขึ้นเมื่อมี 3 อย่างพร้อมกัน คือ คนที่อยากก่อเหตุ เหยื่อที่เหมาะสม และไม่มีใครคอยดูแลหรือควบคุม ซึ่งเป็นสภาพที่พบได้บ่อยในย่านท่องเที่ยว แหล่งเที่ยวกลางคืน หรือสถานที่ดัง ๆ กลางวันอาจดูสวยงามและปลอดภัย แต่กลางคืนพื้นที่เดียวกันอาจกลายเป็นจุดเสี่ยงได้ง่าย

เรื่องเหล่านี้เห็นชัดจากเหตุการณ์จริง เช่น ในปี 2020 นักท่องเที่ยวต่างชาติ 6 คนถูกจับที่มาชูปิกชู หลังจากแอบเข้าเขตหวงห้าม ทำหินโบราณเสียหาย และทำพฤติกรรมไม่เหมาะสมในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สิ่งที่พวกเขาอาจมองว่าเป็นแค่ “เรื่องเที่ยวสุดซ่า” กลับถูกมองว่าเป็นอาชญากรรมร้ายแรงต่อมรดกโลกและประวัติศาสตร์

หรือกรณีที่กรุงโรม ปี 2023 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษถูกถ่ายคลิปขณะสลักชื่อของตัวเองและแฟนลงบนกำแพงโคลอสเซียม เขายิ้มและดูเหมือนคิดว่าเป็นเรื่องโรแมนติก แต่ในความเป็นจริง การทำลายโบราณสถานแบบนี้มีโทษหนักตามกฎหมายอิตาลี เหตุการณ์นี้สะท้อนชัดว่า นักท่องเที่ยวบางคนมองเมืองเป็นแค่ฉากหลัง และมองสถานที่สำคัญเป็นของใช้ส่วนตัว โดยไม่ตระหนักถึงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และกฎหมาย

ในบางที่ พฤติกรรมแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ จนกลายเป็นปัญหา เช่น ที่บาหลี มีนักท่องเที่ยวต่างชาติบางกลุ่ม โดยเฉพาะที่ดื่มหนัก ก่อเหตุทะเลาะ ทำร้ายคน และสร้างความเดือดร้อนให้ชุมชนท้องถิ่น สื่อท้องถิ่นถึงกับพูดถึงปัญหานักท่องเที่ยวเมาที่มองเกาะแห่งนี้เป็นที่ปาร์ตี้ไร้กฎเกณฑ์ แอลกอฮอล์ราคาถูก การบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เข้ม และภาพลักษณ์ของสถานที่ว่า “มาปล่อยใจได้” ล้วนทำให้คนกล้าทำสิ่งที่อาจไม่กล้าทำที่บ้าน เมืองจึงต้องปรับกฎและการจัดการ เพื่อรับมือกับอาชญากรรมที่นักท่องเที่ยวเป็นผู้ก่อ

ตัวอย่างเหล่านี้สะท้อนรูปแบบเดียวกัน คือ ความยับยั้งชั่งใจลดลง ความรู้สึกว่าไม่มีใครรู้จัก และความเชื่อว่ากฎปกติถูกพักไว้ชั่วคราว เมืองที่ไม่ใช่ของเรากลายเป็นเหมือนพื้นที่ทดลองพฤติกรรม และบางครั้งการทดลองนั้นก็ล้ำเส้นกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่ได้ง่ายแค่ว่านักท่องเที่ยวจะกลายเป็นคนไม่ดี งานวิจัยบางส่วนพบว่า การรับรู้เรื่องความปลอดภัยมีผลต่อการเลือกสถานที่ท่องเที่ยว บางคนหลีกเลี่ยงเมืองที่ดูอันตราย ขณะที่บางคนกลับเข้าไปด้วยความคิดว่า “คงไม่โดนอะไร” เมืองที่ถูกโปรโมตว่าเป็นเมืองปาร์ตี้ก็มักดึงดูดคนที่ชอบท้าทายขอบเขตอยู่แล้ว พูดอีกแบบคือ นักท่องเที่ยวไม่ได้แค่ตอบสนองต่อสภาพเมือง แต่มีส่วนสร้างปัญหานั้นขึ้นมาด้วย

ในที่สุด เมืองต้องรับบทหลายอย่างพร้อมกัน เป็นบ้านของคนท้องถิ่น เป็นสนามพักผ่อนของนักท่องเที่ยว และเป็นแหล่งรายได้จากการท่องเที่ยว ตัวตนที่เราเป็นในเมืองที่ไม่ใช่ของเรา ไม่ได้เกิดจากนิสัยส่วนตัวอย่างเดียว แต่ถูกหล่อหลอมจากการโฆษณา ตั๋วเครื่องบินราคาถูก กฎที่ผ่อนคลาย และความคิดที่ว่า “ทำอะไรที่ต่างประเทศ เดี๋ยวกลับบ้านก็จบ”

นักท่องเที่ยวที่สลักชื่อบนโคลอสเซียม กลุ่มที่ลบหลู่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ หรือคนเมาที่ก่อเรื่องในถนนบาหลี มักไม่มองตัวเองว่าเป็นอาชญากร พวกเขาแค่คิดว่ากำลังเป็นตัวเองในอีกเวอร์ชันหนึ่ง—เวอร์ชันที่เกิดขึ้นชั่วคราว จากระยะทาง ความอยากลอง และความเชื่อว่า เมืองที่ไม่ใช่ของเรา จะให้อภัยในสิ่งที่บ้านของเราไม่เคยยอมรับ


Reference List: Andersson, J. (2023). Colosseum: Tourist who carved on wall ‘unaware of arena’s age’. BBC. Available at: https://www.bbc.com/news/world-europe-66121000.


Barclay, E., Mawby, R.I. and Jones, C. (2014). Tourism, Leisure, and Crime. Oxford Handbooks Online: Criminology and Criminal Justice. doi:https://doi.org/10.1093/oxfordhb/9780199935383.013.009.


Brown, L. (2024). Why do tourists behave badly on holiday? [online] Bbc.com. Available at: https://www.bbc.com/travel/article/20240718-why-do-tourists-behave-badly-on-holiday.


Glensor, R. and Peak, K. (2019). Crimes Against Tourists | ASU Center for Problem-Oriented Policing. [online] Asu.edu. Available at: https://popcenter.asu.edu/content/crimes-against-tourists-0.


Lamb, K. (2025). Three Australians accused of premeditated murder in Bali villa could face the death penalty. [online] the Guardian. Available at: https://www.theguardian.com/world/2025/oct/16/three-australians-accused-of-premeditated-in-bali-villa-could-face-the-death-penalty-ntwnfb [Accessed 22 Dec. 2025].


Time Travel (2020). Six tourists arrested after feces found inside the iconic Machu Picchu. [online] Times of India Travel. Available at: https://timesofindia.indiatimes.com/travel/peru/travel-guide/six-tourists-arrested-after-feces-found-inside-the-iconic-machu-picchu/gs73248714.cms [Accessed 22 Dec. 2025].

Comments


Top Stories

Stay up to date with the latest youth perspectives, creativity, and urban insights. Subscribe to our weekly newsletter.

  • Instagram
  • Facebook
  • Twitter

© 2025

by Bangkok Youth Review. All rights reserved.

bottom of page